Why do my feet smell?

posted on 29 Jun 2007 14:21 by bric

แค่เห็นภาพนี้ VaR ก็รู้สึกเห็นใจน้องแมวซะเหลือเกิน คงสูดเข้าไปเต็มๆ เป็นแน่ ปัญหาเรื่องเท้ามีกลิ่นนั้น นับเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เพราะเท้านับว่าเป็น "อวัยวะที่โลกลืม" จริงๆ นะคะ น้อยคนที่จะดูแลเอาใจใส่เท้าอย่างถูกวิธีและทะนุถนอม ซึ่งการดูแลสุขภาพเท้านั้น มีดังนี้ค่ะ

1.เลือกสวมรองเท้าที่มีขนาดพอเหมาะ แต่คนส่วนใหญ่มักสวมใส่รองเท้าที่เล็กเกินไป ทำให้เกิดความผิดปกติของเท้าหลายต่อหลายอย่าง เช่น เล็บขบ เล็บผิดรูปร่าง ตาปลา หรือกระดูกคด ล้วนเกิดจากการใส่รองเท้าที่มีขนาดไม่เหมาะสมทั้งนั้นค่ะ

2.ล้างเท้าทุกวัน หลังจากล้างเท้าไม่ควรสวมรองเท้าถุงเท้าทันที ควรรอให้เท้าแห้งสนิทก่อนจึงค่อยสวมรองเท้า อาจใช้ผ้าขนหนูซับเท้าหรือใช้พัดลมเป่า เพื่อให้เท้าแห้งเร็วขึ้นนะคะ ทั้งนี้เพราะเท้าที่เปียกชื้นจะมีการติดเชื้อราที่เรียกว่า ฮ่องกงฟุต ได้ง่าย เนื่องจากเท้าเป็นอวัยวะที่มีต่อมเหงื่อมากมาย ทำให้เหงื่อออกมาก ถ้าไม่หมั่นทำความสะอาด เท้าและรองเท้าจะส่งกลิ่นตุๆ ไปได้ไกลชัดเจนทุกพื้นที่ ในขณะเดียวกันผิวหนังเท้ามีต่อมไขมันน้อย ฝ่าเท้าจึงแห้งและแตกง่าย ในกรณีนี้ต้องใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทานะคะ

3.ระวังส้นเท้าแตก อาจต้องดูแลเท้าเป็นพิเศษระหว่างการอาบน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เมื่อผิวหนังนุ่มตัวจากการสัมผัสน้ำแล้ว ให้ใช้หินขัดขี้ไคลค่อยๆ ถูเท้าที่มีหนังหนาตัวขึ้นกว่าปกติ หลังจากนั้นให้ทาครีมให้ความชุ่มชื้น นวดบริเวณส้นเท้าและฝ่าเท้า จนครีมซึมซาบเข้าไปนั่นแหละ วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาส้นเท้าแตกได้ค่ะ

4.ใช้แป้งโรย หากเหงื่อออกที่เท้ามาก ใช้แป้งฝุ่นโรยก็ช่วยได้ เลือกใช้แป้งทั่วไป หรือแป้งเฉพาะสำหรับเท้าที่เรียกว่า foot powder ก็ได้ แป้งชนิดนี้มีลักษณะคล้ายแป้งฝุ่นทาตัวนั่นแหละครับ เพียงแต่เนื้อแป้งอาจหนากว่า และดูดซึมน้ำได้ดีกว่า การโรยแป้งทำให้ผิวที่เท้าแห้ง ไม่เฉอะแฉะ จึงลดการระคายเคือง และช่วยให้เกิดความรู้สึกเย็นสบาย ควรเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน และควรใส่รองเท้าสลับวันเว้นวัน คู่ใดไม่ได้ใส่ก็ผึ่งเสียให้แห้ง

5.การเปลี่ยนรองเท้า (คงมีไม่ต่ำกว่าคนละ 5 6 คู่.. จริงหรือเปล่าคะ.. )

6.การเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน แล้วควรสวมถุงเท้าที่ทำจากใยธรรมชาติ อาทิ ผ้าฝ้ายหรือผ้าขนสัตว์ และสวมรองเท้าหนัง เนื่องจากว่าวัสดุเหล่านี้ช่วยให้เท้ามีอากาศถ่ายเท

7.ใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมกลิ่น ตั้งแต่เริ่มใส่รองเท้าคู่ใหม่ เพราะว่าแบคทีเรียสามารถแพร่ขยายได้ ในเวลาที่ไม่ได้สวมรองเท้า เนื่องจากวัสดุสังเคราะห์เป็นแหล่งเพาะเชื้ออย่างดี..

ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ เท้าของคุณก็จะไม่มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และมีสุขภาพดีด้วยนะคะ


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ต้องลองทำตาม

แต่งานหนุเดินบ่อยๆอ่ะเจ๊

ส้วนเท้าแตกเลยไม่หายซะที T^T
ดีนะว่าเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน รองเท้าเลยมะเหม็น
ถ้ามองอีกมุมนึงนะ สำหรับคนที่เป็นโรคนอนไม่ค่อยหลับและต้องพึ่งยานอนหลับ ก็หันมาดนเจ้าสิ่งนี้แทน ประหยัด+หลับสะบาย..........

#3 By skira on 2007-06-29 17:44

กลัวอย่างเดียวคือข้อ3 ใช้หินขัดไม่เป็น กลัวเข้าเนื้อ

นอกนั้นไม่มีัญหา ^^

ป.ล. น้องแมวในรูป ฟื้นจากการสลบหรือยังน้อ ฮาๆๆ

#4 By M i a o w on 2007-06-29 20:40

พวกนักเรียนทหารเป็นพวกที่มีเท้าเหม็นมาก ๆ เลยล่ะครับ เมื่อกอ่นผมก็เป็น แต่เดี๋ยวนี้ กลิ่นลดลงไปเยอะมากแล้วครับ

#5 By เจ้าชายน้อย on 2007-06-29 20:47

อิอิอิ

โชคดีนะเนี่ยไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเท้า

ไม่งั้นแย่แน่ๆ

ไม่มีอะไรดีตั้งแต่หัวจดเท้าเลย 555
แนะนำ อีกข้อ ครับ


สำหรับผู้ที่ รองเท้า เป็นรองเท้าหนัง

แนะนำว่า เอา แผ่นรอง รองเท้า เพิ่มด้วยครับ

#7 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-06-30 00:11

ช่วงนี้ไม่เป็นแฮะ ปัญหาพวกนี้..

อาจเป็นเพราะ เวลาอยู่ที่ทำงานก็หยิบเอารองเท้าแตะสบายๆ มาใส่ก็เป็นได้มั้ง..

#8 By :๏: i am aum :๏: on 2007-06-30 00:16

สมัยเรียนเป็นหนัก..
ยิ่งเตะบอล + เล่นบาส ด้วยนะ

อื้อหือ..

#9 By Already Exist™ on 2007-06-30 09:02

วันนี้เจอคนนั่งข้าง ๆ ติงเหม็งด้วยล่ะ 555 น่าจะให้มาอ่านเอนทรี่นี้เนอะ

#10 By เจ้าชายน้อย on 2007-06-30 17:10

เท้ายังมีรอง
แล้วหัวใจล่ะ มีรองหัสใจอ๊ะเป่า?

#11 By จั่นเจา on 2007-07-01 08:18

เท้าไม่เหม็น

แต่สิ่งแก้ไม่ได้คือ ส้นเท้าแตก

T_T เศร้า

#12 By - -++TaYTaE++ - - on 2007-07-01 10:36

Favourites